เนื้อหาของเอกสารประกอบด้วย รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ, รางวัลผลงานวิจัยดีเยี่ยม และรางวัลผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ เนื้อหาประกอบด้วยรายชื่อผลงาน นักวิจัย และผลงานคิดค้นหรือประดิษฐ์ ของรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2537 ดังนี้
นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2537
1.ศาสตราจารย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์
2.ศาสตราจารย์ทศพร วงศ์รัตน์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา
3.ศาสตราจารย์วิทิต มันดาภรณ์ สาขานิติศาสตร์
4.ศาสตราจารย์ไกรยุทธ ธีรตยาคีนันท์ สาขาเศรษฐศาสตร์
ผลงานวิจัยดีเยี่ยม ประจำปี 2537
1.ผลงาน ปัญหาและการป้องกันไวรัสตับอักเสบในประเทศไทย โดย ศาสตราจารย์ยง ภู่วรวรรณ และคณะ ผลงานวิจัยศึกษาระบาดวิทยาของไวรัสตับอักเสบ เอ, บี, ซี, ดี และอี ในประเทศไทย ศึกษาถึงลักษณะอาการและการดำเนินโรค การหาแนวทางในการรักษาและป้องกัน และศึกษาประสิทธิภาพและ Immunogenicity ของวัคซีนในการป้องกันไวรัสตับอักเสบ ตลอดจนการประยุกต์ผลการวิจัยให้สอดคล้องกับสังคมไทย
ผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประจำปี 2537
1.ผลงาน ไดโอดเปล่งแสงแบบฟิล์มบางชนิดวัสดุอะมอร์ฟัสสารกึ่งตัวนำ สู่จอโทรทัศน์และดิสเพลย์ แบบบางเรียบชนิดใหม่ของโลก โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม และคณะ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ เป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถเปล่งแสงได้ด้วยแรงดันไฟฟ้าต่ำ (5-15 โวลท์)จึงใช้งานได้สะดวก เช่นใช้ถ่านไฟฉายก็ได้ สามารถเปล่งแสงเป็นพื้นที่ได้หลายขนาด จึงนำไปผลิตเป็นจอโทรทัศน์ จอดิสเพลย์ได้หลายขนาดตามต้องการ
2.ผลงาน กรรมวิธีสกัดและแยกสารเปลาโนทอลให้บริสุทธิ์ โดย รองศาสตราจารย์นลิน นิลอุบล และคณะ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช เป็นผลงานที่คณะวิจัยได้ศึกษาวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตยารักษาโรคกระเพาะอาหารจากพืชสมุนไพรชื่อว่า “เปล้าน้อย” โดยใช้วัตถุดิบที่มีภายในประเทศได้อย่างเหมาะสม ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ง่ายต่อการผลิตและได้สารเปลาโนทอลที่บริสุทธิ์ให้ผลผลิตสูง
3.ผลงาน ขาเทียมจากขยะขวดพลาสติก โดย รองศาสตราจารย์เทอดชัย ชีวะเกตุ และคณะ สาขาวิทยศาสตร์การแพทย์ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นที่มีความคิดริเริ่มในการใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาเป็นวัสดุในการทำขาเทียม สำหรับคนพิการซึ่งได้ง่าย รวดเร็ว ราคาถูกเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ป่วยยากจน
4.ผลงาน ชุดตรวจสอบความเป็นกรด-ด่างของดินและของน้ำ ชนิดน้ำยาเบอร์เดี่ยว โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณสรสิทธิ์ วัชโรทยาน และคณะ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช เป็นผลงานที่ผู้ประดิษฐ์มีความพยายามในการพัฒนาคุณภาพของชุดน้ำยาตรวจสอบความเป็นกรด-ด่างของดินและน้ำ ที่สามารถนำไปใช้งานอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพดีกว่าชุด Hellige-Truog เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในพื้นที่การเกษตรได้ง่ายสะดวกปลอดภัยและราคาถูก
5.ผลงาน การสร้างและพัฒนาเตาไฟฟ้าอุณหภูมิสูงสำหรับใช้ในการเผาพลอย โดย รองศาสตราจารย์พิเชษฐ ลิ้มสุวรรณ และคณะ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ เป็นผลงานคิดค้นที่เกิดความวิริยะอุตสาหะ ผนวกกับความรู้ทางไฟฟ้า ความร้อน และวัสดุศาสตร์ของคณะผู้ประดิษฐ์ ซึ่งใช้วัสดุภายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ เป็นเตาไฟฟ้าที่ให้ความร้อนสูงถึง 18000 C ซึ่งสามารถใช้ในการเผาพลอยให้มีความสวยงาม เป็นการเพิ่มมูลค่าพลอยได้อย่างมาก
6.ผลงาน “BACT-IDEN” โปรแกรมวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย โดย นายบุญช่วย เอี่ยมโภคลาภ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผลงานที่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นได้ประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรียซึ่งต้องใช้ความรู้ทั้งทางด้านจุลชีววิทยาและคอมพิวเตอร์ โดยได้ดัดแปลงโปรแกรมของต่างประเทศทำให้สามารถวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรียนได้ถูกต้องตรงตามหลักวิชาการ และประหยัดเวลาในการวิเคราะห์เชื้อที่วินิจฉัยยาก
7.ผลงาน “วังเหล็กดีเซล (เครื่องยนต์)” โดย นายเกียเลี้ยก ตีระวัฒนานนท์ และคณะ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย เป็นผลงานประดิษฐ์ที่มีความอุตสาหะพยายามใช้ความรู้ด้านช่าง และประสบการณ์ด้านซ่อมเครื่องยนต์มาประยุกต์ทดลองทำ ปรับปรุง การสร้างเครื่องยนต์นี้มาเป็นลำดับ มีความชาญฉลาดในการหาวิธีการแก้ปัญหาต่างๆที่ประสบ จุดเด่นคือได้สร้างระบบป้องกันเครื่องยนต์เสียหายจากการจมน้ำ โดยสามารถซ่อมแซมได้ไม่ยาก เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ใช้ในด้านเกษตรกรรม เช่น เป็นเครื่องต้นกำลังของรถไถนา เครื่องสูบน้ำ เครื่องปั่นไฟ
8.ผลงาน “เครื่องตรวจค้นทุ่นระเบิด” โดย รองศาสตราจารย์สิทธิชัย โภไคยอุดม และคณะ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย เป็นผลงานที่ใช้ความอุตสาหวิริยะในการประดิษฐ์โดยใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศที่หาง่าย สะดวกในการซ่อมและบำรุงรักษานำมาใช้ในการตรวจค้นวัตถุระเบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับเครื่องที่ซื้อจากต่างประเทศ โดยได้ปรับปรุงวงจรอิเลคโทรนิคแบบใหม่ให้สามารถใช้กับแบตเตอรี่ขนาด AA Size ที่มีใช้กันอยู่ทั่วไปทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลง เป็นการประหยัดงบประมาณของกองทัพ