Welcome to the Thai Research Archives. We use cookies to improve the efficiency of our website and analyse visits to our web-pages. By continuing to access our website you are consenting to our Privacy Policy, Terms and Conditions, and to receive our cookies. You can change your cookie settings at any time. Find out more in our Cookie Policy.
Thai Research Archives Repository (TRAR) was initiated by the Department of System and Strategic Information Management for Science, Research and Innovation at the National Research Council of Thailand (NRCT). It contains the important documents that are primary evidence of the Thai research works in which the hard copies were collected at the National Research Council, or at related research network facilities. It also contains the original copies of the dismissed official documents which are considered valuable resources. Such documents can date back to the first Parliament Act of the National Research Council in BE 2499 (circa 1956) until present. Most files are related to the research history and development with supporting evidence that links to its network; reflecting philosophy, identity and mission of the National Research Council of Thailand.
The National Research Council of Thailand’s Archives Project was first established, under the provision of its Information Center in 1996, to collect any documents circulated within the organization. The documents were categorized in two types: 1. original copies of official documents (such as memorandum, archives, etc.), and 2. printings and publications of the National Research Council of Thailand. Later years, starting in 2011-2012, the mission has been passed on to the Department of System and Strategic Information Management to continue keeping collection of any significant research works of the National Research Council of Thailand. The documents, then, began to be evaluated and stored as electronic files in the version of website and CD-rom, including the research works of the National Research Council of Thailand since 1960; for public research utilization and for internal operation references.
ความเป็นมาของโครงการจดหมายเหตุการวิจัยไทย
การจัดทำจดหมายเหตุเพื่อบันทึกเรื่องราวสำคัญในประเทศไทยมีความจำเป็นที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมาและการพัฒนาที่มีคุณค่าต่อการสงวนรักษาและการต่อยอดองค์ความรู้ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ จดหมายเหตุ (Archives) หรือเอกสารจดหมายเหตุ (Archival Material) เป็นเอกสารสำคัญที่ถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ (Cultural Heritage) ประเภทหนึ่งที่ต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ เนื่องจากเป็นหลักฐานขั้นปฐมภูมิ (Primary Sources) และเป็นเอกสารต้นฉบับซึ่งสิ้นกระแสการปฏิบัติงานของส่วนราชการ สถาบัน เอกชน ที่ผ่านการวินิจฉัยว่ามีคุณค่าสมควรเก็บรักษาไว้ตลอดไป นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นเอกสารการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่เป็นสมบัติของชาติที่มีคุณค่าทางการบริหารงาน ทางกฎหมาย และการค้นคว้าวิจัย จดหมายเหตุการวิจัยไทย จึงเป็นจดหมายเหตุของหน่วยงานที่รับผิดชอบการวิจัยของชาติ เป็นเอกสารการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการต่างๆ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นข้อมูลศึกษาเพื่อการกำหนดนโยบาย วางแผน การตัดสินใจเพื่อวินิจฉัยสั่งการในกิจกรรมการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน เอกสารที่เป็นหลักฐานทางกฎหมายยังใช้อ้างอิงเพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิประโยชน์เมื่อเกิดการฟ้องร้อง และเอกสารทางการเงินจะแสดงสถานะทางการเงิน และการใช้จ่ายเงินของหน่วยงาน หากนำเอกสารจดหมายเหตุของการวิจัยไทยมารวบรวมไว้เอกสารทั้งหมดจะสะท้อนประวัติ พัฒนาการ เหตุการณ์ กิจกรรมสำคัญ อันมีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติและความก้าวหน้าของหน่วยงานนั้น ตลอดจนสะท้อนผลงานของบุคคลสำคัญผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมตามที่ปรากฏในเอกสาร สามารถใช้อ้างอิงประวัติ แนวความคิด ทัศนคติ มุมมองของบุคคลนั้นที่สะท้อนจากการปฏิบัติงานในช่วงเวลานั้นๆ
แนวคิดการจัดทำจดหมายเหตุของศูนย์ข้อสนเทศการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2539 โดยได้ริเริ่มโครงการจดหมายเหตุสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติขึ้น ในความรับผิดชอบของศูนย์ข้อสนเทศการวิจัย ทำหน้าที่รวบรวมเอกสารที่เกิดจากการดำเนินงานของหน่วยงาน โดย นางสาวรศนา สวัสดิภาพ เป็นบรรณารักษ์ผู้ดูแลงานจดหมายเหตุ ในเวลาต่อมานางเพ็ญพร ธูปประสาท เป็นผู้รับผิดชอบ การรวบรวมเอกสารที่เกิดจากการดำเนินงานของหน่วยงาน แบ่งเอกสารได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ เอกสารราชการที่เป็นต้นฉบับ (บันทึกข้อความ จดหมายโต้ตอบ ฯลฯ) และสิ่งพิมพ์ของ วช. ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวรวบรวมจัดเก็บอยู่ในรูปสิ่งพิมพ์ (รศนา สวัสดิภาพ 2543) ต่อมาได้นำแนวคิดดังกล่าวมาจัดทำโครงการคัดสรรและจัดเก็บเอกสารข้อมูลการวิจัยที่สำคัญ จะจัดเก็บข้อมูลให้มีความต่อเนื่องจากโครงการจดหมายเหตุเดิม แต่จะนำเอกสารที่จัดเก็บในรูปสิ่งพิมพ์ มาจัดทำให้อยู่ในรูปเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) (ผกาวรรณ กองกันภัย 2556) โดยเริ่มศึกษาการปฏิบัติงานของบุคลากรโครงการคัดสรรและจัดเก็บเอกสารข้อมูลการวิจัยที่สำคัญ ตั้งแต่ตุลาคม 2554 - กันยายน 2555 โดยการนำเอกสารและสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 มาดำเนินการสำรวจ รวบรวม คัดแยก ประเมินคุณค่า และจัดเก็บในรูปอิเล็กทรอนิกส์ ผลการดำเนินงานของทีมงานรวบรวมข้อมูลและเอกสาร ในระยะแรกเป็น การรวบรวมจากเอกสารจดหมายเหตุ วช. เดิม ส่วนเอกสารใหม่มีการรวบรวมเป็นไฟล์ไมโครซอฟท์ เวิร์ดบ้าง เป็นเอกสารเล่มบ้าง เป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์บ้าง ทำให้มีข้อมูลรายงานการประชุมสภาวิจัยแห่งชาติ รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ จากภารกิจวิทยาการ (ภว.) และรายงานการประชุมสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และรายงานการประชุมสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติจำนวนหนึ่งในรูปแบบเอกสารและซีดีรอม
ใน พ.ศ.2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีนโยบายในการพัฒนาจดหมายเหตุการวิจัยไทย เพื่อเป็นความทรงจำขององค์กร (Organizational Memory) โดยนายเอนก บำรุงกิจ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้เสนอข้อกำหนดในการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลในการจัดการเอกสารจดหมายเหตุเพื่อการสงวนรักษาและเข้าถึงได้ไนระยะยาวและการพัฒนาระบบคลังสารสนเทศดิจิทัลจดหมายเหตุการวิจัยไทยตามมาตรฐานสากล ซึ่งงานจดหมายเหตุอยู่ในความดูแลของ ดร.ไขแสง พุฒชูชื่น บรรณารักษ์ชำนาญการพิเศษ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต แขนงวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยเรื่อง โครงการจดหมายเหตุการวิจัยไทย ร่วมกับคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1.คัดเลือกเอกสารสำคัญของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ วิเคราะห์เนื้อหาและจัดทำเมตะดาตาคอลเล็กชันเอกสารจดหมายเหตุการวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
2.เพื่อคัดเลือกเอกสารสำคัญของการวิจัย วิเคราะห์เนื้อหาและจัดทำเมตะดาตาคอลเล็กชันเอกสารจดหมายเหตุการวิจัยไทย
3.จัดทำมาตรฐานการจัดเก็บเอกสารจดหมายเหตุของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยการวิเคราะห์เนื้อหาและเมตะดาตาเอกสารจดหมายเหตุการวิจัยของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
4.แปลงเอกสารสำคัญของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เอกสารที่สำคัญของการวิจัยไทยให้เป็นไฟล์ดิจิทัลตามมาตรฐานที่กำหนด
5.บันทึกข้อมูลเอกสารสำคัญของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เอกสารที่สำคัญของการวิจัยไทยในระบบคลังสารสนเทศดิจิทัลจดหมายเหตุการวิจัยไทย
6.พัฒนาระบบคลังสารสนเทศดิจิทัลจดหมายเหตุการวิจัยไทยตามมาตรฐานสากล